2006/Sep/12

ชื่อจริง : เสกสรร ศุขพิมาย (เสก)
Seksan Sook pimay
ตำแหน่ง : ร้องนำ, กีตาร์
วันเกิด : 7 สิงหาคม 2517
ราศี : กรกฎ
แนวเพลงโปรด : Rock, Pop, Blues
ศิลปินที่ชื่นชอบ : Steve Vai, Mariah Carey, Gun 'N' Roses
เครื่องดนตรีที่เล่นได้ : กีต้าร์, คีย์บอร์ด, เปียโน, เบส
ประสบการณ์ ทางด้านดนตรี : เล่นดนตรีอาชีพตามผับ

ชื่อจริง : กิตติศักดิ์ โคตรคำ (ใหญ่)
Kittisak Khot-Kam
ตำแหน่ง : กลอง
วันเกิด : 22 มกราคม 2516
ราศี : มังกร
แนวเพลงโปรด : Rock, Pop Rock, Hard Core
ศิลปินที่ชื่นชอบ : Wall Flowers, Blues Travella, No Doubt
เครื่องดนตรีที่เล่นได้ : กลอง
ประสบการณ์ ทางด้านดนตรี : เป็นนักดนตรีอาชีพ

ชื่อจริง : อภิรัฐ สุขจิตร์ (รัฐ, ต๋อม)
APIRATH SUKKHAJITR
ตำแหน่ง : กีตาร์เบส
วันเกิด : 20 ก.ย. 2510
ราศี : กันย์
แนวเพลงโปรด : Blues, Rock, Classic
ศิลปินที่ชื่นชอบ : เทียรี่ เมฆวัฒนา
เครื่องดนตรีที่ถนัด : กีตาร์เบส, กีตาร์, คีย์บอร์ด
ประสบการณ์ ทางด้านดนตรี : เล่นดนตรีตาม

แนวเพลง Rock
สังกัด มอร์ มิวสิค

"โลโซ" วงร็อคเลือดไทย ที่มีงานในสไตล์ของตัวเอง เป็นวงร็อค สามชิ้น ใช้เครื่องดนตรี คือ กีตาร์ เบส และกลอง มีสมาชิก 3 คน คือ "เสก" เสกสรร ศุขพิมาย เป็นมือกีตาร์และร้องนำ , "ใหญ่" กิตติศักดิ์ โครตคำ เป็นมือกลอง และ "รัฐ" อภิรัฐ สุขจิตร เป็นมือเบส เมื่อมาถึงอัลบั้มชุดที่สาม ที่ใช้ชื่อว่า "ROCK &ROLL" มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกหนึ่งคน คือ มี "กลาง" ณัฐพล สุนทรานู ทำหน้าที่มือเบสแทน "รัฐ"

size="2">อัลบั้มแรกของพวกเขาออกมาในปี 2539 ใช้ชื่อว่า " Lo Society" เป็นแนวเพลงร็อคไทยๆ มีดนตรีเรียบง่าย ทำนองติดหู งานในชุดนี้ได้รับการตอบรับ อย่างดีจากคนฟัง ทำให้มีอัลบั้มพิเศษ "LOSO Special" และ "LOSO Bonus Tracks" ออกตามมา ก่อนที่จะมีอัลบั้มชุดที่ 2 "LOSO : Entertainment" ออกมาในปี 2542

ล่าสุด งานชุดที่สามของพวกเขา ใช้ชื่ออัลบั้มว่า " Rock&Roll " เป็นการผสมผสานระหว่าง กลิ่นอายเพลงร็อคอเมริกันเข้า กับ กลิ่นดนตรีจากฝั่งอังกฤษ สอดแทรกค่านิยม และเนื้อหาของร็อคไทย ดนตรีเรียบง่าย จากเครื่องดนตรีสามชิ้นเช่นเคย เนื้อหาเพลงฟังง่าย ตรงไปตรงมา มีเพลงเพราะซึ้งๆ อย่าง "คืนจันทร์" และ "ใจสั่งมา" เป็นเพลงเด่น

งานของ "โลโซ" ทุกชุด ได้รับการตอบรับอย่างดี จากคนฟัง จุดเด่นของพวกเขาอยู่ที่สไตล์เฉพาะตัว ของร็อค แบบไทยๆ บวกกับเสียงและสไตล์การร้องของ "เสก" ซึ่งเป็นทั้งนักร้องนำ มือกีตาร์ และคนเขียนเนื้อเพลงทั้งหมด

กุมภาพันธ์ 2544 เสก-ใหญ่-กลาง ออกผลงานชุดที่ 4 ใช้ชื่อว่า LOSOLAND เรื่องราวชีวิตที่เกิดขึ้นแบบไทยๆ และสำเนียงดนตรี ที่ยังคงเป็นแบบจิ๊กโก๋ไทย ทุกเพลงในอัลบั้มยังคงมาจากฝีมือของเสก และมีเพื่อนๆในวงกับโปรดิวเซอร์ช่วยกันดูแลเรื่องการเรียบเรียง เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเพลงโลโซคือฟังง่าย เหมือนวิถีชีวิต ที่เรียบง่ายของคนไทย เพลงเด่นในอัลบั้ม เช่น เข้ามาเลย, หมาเห่าเครื่องบิน, มอ'ไซต์รับจ้าง และเพลงที่มีความยาวมากที่สุด ตั้งเคยทำเพลงมาคือเพลง อย่าเห็นแก่ตัว มีความยาวมากถึง 11.01 นาที

LOSOLAND ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเทปผีซีดีเถื่อน ที่ระบาดหนักทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด 21 ส.ค. 2544 โลโซวางแผงอัลบั้ม "โลโซปกแดง" พร้อมเพลงโปรโมท "พันธ์ทิพย์" เป็นเพลงรักที่แฝงนัยสะท้อนทัศนคติของตัวเองต่อเรื่องดังกล่าว และอัลบั้มนี้ก็ได้มือเบสคือ "รัฐ" อภิรัฐ สุขจิตร เป็นมือเบส นี่ไม่ใช่อัลบั้มพิเศษคั่นเวลา เพราะ 10 เพลงในอัลบั้มนี้เป็นเพลงใหม่ ทั้งหมด เพิ่มความแปลกใหม่ให้งานตัวเองด้วยการนำเอาเครื่องสี เครื่องเป่า เปียโน มาใช้ในเพลง กับการใช้เอฟเฟคกีตาร์ที่มากขึ้น รวมถึงวิธีการร้องที่ใส่ลูกเฃ่นมากขึ้น และวิธีการมิกซ์ที่แตกต่าง ไปจากงานชุดก่อนๆ แต่สิ่งที่ยังเหมือนเดิมคือเพลงที่สนุกแต่ ไม่สลับซับซ้อน



ประวัติความเป็นมาของโลโซ

พวกเขาเป็นวงดนตรีร๊อก 3 ชิ้น ที่ถือกำเนิดในช่วงดนตรี alternative ที่ได้รับความนิยมในบ้านเราอย่างสูงเมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว มีวงดนตรีแจ้งเกิดขึ้นมาอย่างมากมายนับไม่ถ้วน มีทั้งของจริงและแฟชั่นหล่อหลอมรวมกันเป็นยุคหนึ่งของวงการเพลงไทย เป็นเวลาที่ให้พวกเขาได้พิสูจน์ ถึงฝีมือและความสามารถทางด้านดนตรีออกมา จนสามารถแจ้งเกิดได้ตั้งแต่อัลบั้มชุดแรก โดยไม่มีองค์ประกอบของรูปร่างหน้าตามาเป็นส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่นิดเดียว พวกเขาพกพาดนตรีร็อกมันส์ๆ สื่อสารง่ายๆ เพียงแค่กีต้าร์ ,เบส และกลอง กับเพลงอะคูสติคบัลลาด อย่าง "ไม่ต้องห่วงฉัน" จากอัลบั้ม โล โซไซตี้ คือเพลงที่ ทำให้ความเหนื่อยล้าบนเส้นทางสายดนตรีของพวกเขาหายไป พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ และความสำเร็จที่พวกเขาคาดไม่ถึง



คนสุดท้าย คือ รัตน์ อภิรัฐ สุขจิตร์ มือเบสของวง ที่ไม่ต่างจากสองคนแรก ด้วยใจรักดนตรี ตั้งแต่ยังเด็ก รัตน์เริ่มจับกีต้าร์เป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกตั้งแต่อายุ 15 ขวบ เรื่อยมาจนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ในสาขาช่างยนต์ จบออกมาทำงานอยู่อู่ซ่อมรถได้ปีกว่าๆ "ทำงานอยู่อู่นี่ประมาณซัก ปีกว่า ๆ เป็นอู่ของรถ โตโยต้าเนี่ย เป็นช่างซ่อมรถยนต์ แต่ว่าไม่ค่อย น่ะครับ ผมมีความรู้สึกว่า มันไม่ไช่ตัวผม อาจจะเรียนมาทางนี้โดยตรงแต่ว่า ดูแล้วมัน ..." วันหนึ่งมีเพื่อนที่ชื่อ กอล์ฟ ได้มาหาที่อู่ มาชวนไปเล่นดนตรี (สำหรับเพื่อนคนนี้นั้นปัจจุบันเขาเป็นมือเบส ของวง Y Not 7 นั่นเอง) "กอล์ฟนี่เขาเรียนอยู่ช่างศิลป เขาจะมาซ้อมดนตรีที่ มหาลัยสยาม ก็เป็นเพื่อนกัน คลุกคลีกันมาตลอด แล้วก็มาทำวง วงแรก"เขาทั้งสองคนเริ่มต้น ใช้ชื่อวงว่า" โฟกัส" ซึ่งสมาชิกก็มี กอล์ฟ (ตอนนั้นเล่นกีต้าร์) รัตน์ เล่นเบส และก็เจ้า บ็อกซ์ ไฟฟ้า 1 ตัว ทั้งสามเริ่มรับจ้างเล่นตามผับเป็นจริงเป็นจัง เริ่มจากหน้ารามจากนั้นก็ผจญภัยไปตามทางนักดนตรีอาชีพ เปลี่ยนที่ไปเรื่อยเป็นเวลา 3 ปีกว่า ที่รัตน์และ กอล์ฟ ได้ร่วมงานกัน จนถึงวันที่ต้องจบลง เมื่อกอล์ฟ ออกไปทำวง Y Not 7 ส่วน รัตน์ เดินทางสู่จังหวัดจันทบุรี ที่เขาได้พบกับเสกและใหญ่ที่นี่

เมื่อคนสามคน มาจากต่างที่กัน แต่มีความรักในสิ่งเดียวกัน นั่นก็คือ เรื่องของดนตรี ทำให้เดินทางมาพบกันโดนมิได้นัดหมายที่จังหวัดจันทบุรี ถ้าจะเริ่มเรื่องราวของวงโลโซ จังหวัดจันทบุรี คือที่แรกที่จะบอกความเป็นมาได้ แม้ว่าจะอยู่กันคนละวง เล่นกันคนละที่ พวกเขาก็เจอกันทุกวันเพราะว่าอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เดียวกัน ตอนนั้น ทั้งสามก็คือเพื่อนร่วมอาชีพ ที่มักจะใช้เวลาหลังเลิกงานพูดคุยแลกเปลี่ยน สิ่งต่างๆ ซึ่งกัน แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ แต่ละคนก็ต่างคนต่างไป เริ่มเดินทางแยกย้ายกันอีกครั้ง เสกและใหญ่ ไปเล่นดนตรีด้วยกัน ที่จังหวัดนครสวรรค์ ในขณะที่รัตน์ ก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่จันทบุรีต่อไป อาชีพนักดนตรีดูเหมือนจะไม่สามารถอยู่ประจำได้นานเท่าไรนัก


หนึ่งปีต่อมาก็ถึงเวลาของรัตน์บ้างแล้ว เขาหมดสัญญาการเล่นดนตรีที่จันทบุรี และได้ย้ายขึ้นเหนือสู่จังหวัดลำปาง เพื่อความต่อเนื่องในอาชีพนักดนตรีต่อไป และการเดินทางมาที่นี่ เขาได้พบกับเสกอีกครั้ง อนาคตในการเล่นดนตรีร่วมกันของเขาทั้งสามจึงมีความเป็นไปได้มากขึ้น "จุดสำคัญเลยที่ลำปาง เสกเขาทำวงขึ้นมาใหม่ ตอนแรกเขาเล่นอยู่นครสวรรค์ แล้วเขาก็ขึ้นมาเล่นที่ลำปาง คือเล่นอยู่ผับ เบตง ใกล้ๆ กับผมเหละ ได้เจอกัน เขาบอก เขามีบ้านพัก เป็นบ้านหลังใหญ่ อยู่หลังหนึ่ง เขาก็บอก "พี่รัตน์ไปอยู่กับผมดีกว่า มีห้องอยู่ ว่างอยู่ห้องหนึ่ง " ผมก็ไปอยู่กับเขา แต่เล่นคนละวงนะ เสกเขาอยู่วงเดียวกับใหญ่" บ้านหลังนี้ เปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ ที่มีแต่นักดนตรีอาศัยอยู่ "เราคุยกันเรื่องดนตรี คุยกันเรื่องสนุกสนานกัน ถูกคอกัน แล้วช่วงนั้นก็มีวงนากาอยู่ด้วย พวกตาโจ้ พวกไอ้แปด ผม อยู่คลุกคลีด้วยกันหมด บ้านหลังเดียวกันพูดง่ายๆ"ความสนิทสนม รู้ใจกัน ในเรื่องของดนตรีและนิสัยส่วนตัว ทำให้ความคิดที่จะเล่นดนตรีด้วยกันจึงเกิดขึ้น "พี่รัตน์ เฮ้ย เราน่าจะมาทำเพลงด้วยกันซักชุดนะ" รัตน์ ยังจำได้กับประโยคนี้ เมื่อเสก ชวนเขาในเช้าวันหนึ่ง แต่ความรู้สึกของเขาตอนนั้นยังไม่ได้ตอบรับในทันที "เฮ้ย จะเป็นไปได้หรือวะจะทำวง นี่ ผมก็คิดในใจว่าจะเป็นไปได้หรือวะ "หลังจากที่สัญญาในการเล่นดนตรีที่จังหวัดลำปางหมดลง พร้อมกัน ทั้งสามก็ตัดสินใจเดินทางมากรุงเทพฯ โดยมีเงินติดตัวมาไม่กี่บาท ด้วยหวังจะมาหาอนาคต และความสำเร็จที่นี่ แต่มันก็ไม่เป็นดังหวัง ใน 2-3 เดือนแรก พวกเขาหางานไม่ได้ จึงแยกย้ายกันอีกครั้ง ด้วยเหตุเพราะเงินที่ติดตัวมาเริ่มหมดลง "ผมกับเสกและใหญ่ ลงมากรุงเทพ ฯ และก็ไม่มีงาน ต่างคนต่างเคว้งคว้างอยู่ เสกเขามาพักอยู่บ้านผมที่กรุงเทพ อยู่ด้วยกันประมาณซักเดือนหนึ่ง เพื่อนเสกมาบอก ให้เสกมาเล่นกีต้าร์ให้หน่อย เสกก็ไปเล่นกับเพื่อนอีกที่หนึ่ง ใหญ่ก็ไปเล่นเป็นแบ็คอัพให้กับมิคกี้" เมื่อต่างคนต่างไปคนละทางตามภาวะจำยอม และ รัตน์ ก็ต้องเดินทางออกจากกรุงเทพฯ อีกครั้ง สู่อรัญ ไปเล่นอยู่กับ กอล์ฟ อีกครั้ง จนเมื่ออะไรต่างๆ เริ่มดีขึ้น สิ่งที่พวกเขาเคยคิดไว้ด้วยกัน จึงถูกดึงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ตอนที่แท่ง ออกอัลบั้มเพลงออกมา เป็นการกระเถิบเข้ามาใกล้ความจริงของพวกเขาเข้าไปทุกทีกับค่ายเทป และในที่สุด ทั้งสามคนจึงได้นำเพลงของตัวเองเสนอยังค่ายเพลงที่เพิ่งเปิดใหม่ ตามคำแนะนำของ แท่ง ค่ายเพลงที่นำโดย นักดนตรีที่เป็นขวัญใจของพวกเขาทั้งสามคน นั่นคือ มอร์ มิวสิค ของ อัสนี โชติกุล "ศักดิ์สิทธิ์ ก็แนะนำว่า บริษัท มอร์ มิวสิก นี่เปิดโดย พี่ป้อม ซึ่งเป็นคนที่เราชอบอยู่แล้ว เราก็เอาเดโมที่เราทำ มาเสนอที่ค่ายมอร์ มิวสิค พี่ป้อม เขาชอบก็เลยได้ออกชุดแรก" เสก บอก โลโซไซตี้ เมื่อปี 2539 เรียกว่ามาได้ถูกจังหวะพอดี เมื่อช่วงนั้นกระแสดนตรี เปลี่ยนจาก bubble gum เข้ามาสู่ยุคของดนตรีร็อก ที่เน้น performance มากกว่ารูปร่างหน้าตา นั่นทำให้ โลโซ ได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ เพลงของพวกเขาเป็นเพลงร็อกแอนด์โรล มันส์ๆ และฟังง่าย มีเมโลดี้ที่ติดหู เข้ากลุ่มคนฟังเพลงส่วนใหญ่ ทำให้ชื่อเสียงและความสำเร็จ ทั้งเงินและกล่อง พุ่งเข้ามายังพวกเขาจนแทบตั้งตัวไม่ทัน "ผมดีใจนะครับ พวกเราดีใจ และช่วงนั้นเป็นช่วงที่เค้าต้อนรับ คนที่มีครีเอท มีฝีมือ" ไม่ต้องห่วงฉัน คือเพลงที่แสดงความเรียบง่ายและโรแมนติก โดยใจวัยดังที่สุดของพวกเขา และน่าจะกลายเป็นเรื่องความสำเร็จยังตามติดตัวพวกเขาอยู่ตลอดไม่หนีไปไหน สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าอัลบั้มแรกของ โลโซ ประสบความสำเร็จจริง คือการที่ พวกเขาส่งเพลงพิเศษใส่เพิ่มเข้าไปในอัลบั้ม ซึ่งเหมือนกับเป็นวัฒนธรรมในวงการดนตรีไทยเลยก็ว่าได้ เมื่ออัลบั้มขายดีการเพิ่มเพลง เปลี่ยนปกก็จะเกิดขึ้น จักรยานสีแดง แม้จะเป็นอัลบั้มเฉพาะกิจ แต่ก็ยังทำได้ดีในเรื่องความนิยม เสกได้สร้างเอกลักษณ์ในเรื่องน้ำเสียงและเนื้อหาของเพลงที่เป็นแบบฉบับของ โลโซ ขึ้นมา ตอนนี้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว"เราก็ต้องยอมรับว่า ถ้าเรากลายเป็นคนดัง ความเป็นส่วนตัวก็น้อยลง เพราะว่านี่เเหล่ะ ทุกคนก็ชื่นชอบ แล้วเราก็กลายเป็นคนของประชาชน คือการใช้ชีวิตของเราก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ สำหรับคนที่อยากจะเป็นนักร้อง อยากจะเป็นดารา เป็นคนของประชาชน ความเป็นส่วนตัวก็ต้องลดน้อยลง"



หนึ่งปีที่ผ่านไป ในขณะที่ทุกอย่างพร้อมแล้ว เสกมีเพลงที่แต่งไว้ ใหญ่ก็พร้อม รัตน์ก็ถูกชวนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อร่วมกันทำเพลงอีก ในที่สุดจึงได้เดโมออกมาหนึ่งชุด ซึ่งถือเป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของพวกเขาในตอนนั้น และใครเลยจะรู้ ว่าเดโมชุดนี้จะกลายเป็นเงินล้านสำหรับพวกเขา เมื่อมันถูกนำมาทำเป็นอัลบั้มออกสู่คนฟังทั่วไป ทีนี้เหลือแต่การเดินเข้าหาค่ายเทป ซึ่งพวกเขายังไม่รู้ว่าจะไปเสนอใครเหมือนกัน ในระหว่างนั้น ก็ไปเล่นเป็น แบ็กอัพ ให้กับ แท่ง

ในที่สุดวงดนตรีร็อกวงใหม่ ภายใต้ชื่อ โลโซ ในนิยามของความเรียบง่าย สบายๆ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ที่เสกเป็นคนคิดขึ้นมา และ รัตน์บอกว่า เสกคิดถูกแล้วที่ตั้งชื่อวงว่า โลโซ เพราะว่าเหมาะกับเขาทั้งสามมาก อัลบั้มแรกของ โลโซ ชื่อ

ต้นปี 2540 พวกเขาก็กลับมาอีกครั้ง กับอัลบั้มพิเศษ อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง


ผ่านไปอีกหนึ่งปี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2541 อัลบั้ม โลโซ เอ็นเตอร์เทนเม้น เป็นงานชุดที่ 3 ออกมา สู่คนฟังอีกครั้ง เพลงซมซาน,อะไรก็ยอม,เลิกแล้วต่อกัน และอีกหลายๆเพลง บางคนอาจมองว่างานพวกเขายังคงเหมือนเดิม แต่ก็ไม่มีอะไรหยุดความแรงยอดขายอัลบั้มชุดนี้ได้ พอปลายปี 2541 เวลาสำหรับอัลบั้ม รวมเพลงของพวกเขาก็ออกมา ชื่อว่า Best of LOSO เป็นงานรวมเพลงตั้งแต่อัลบั้มชุดแรก,อัลบั้มพิเศษ และ โลโซ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และหลังจากนี้ความเปลี่ยนแปลง ภายในวงโลโซ เริ่มเกิดขึ้น


ย้อนกลับมาในเวลาปัจจุบัน เรื่องราวทั้งหมดที่ได้อ่านกัน คือสิ่งที่ได้มาจากการบอกเล่าของทั้งสามคน เสก รัตน์ ใหญ่ ผมใช้เวลาที่ โลโซ มีไม่มากนักเข้าไปพูดคุย เพราะตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนกำลังวุ่นวายอยู่การเตรียมตัวไปถ่ายทำมิวสิกวีดีโอกัน ฉะนั้นเวลาเพียงแค่ 30 นาที ที่ผมได้มันจึงมีค่ายิ่ง ทราบมาว่าเมื่อคืนก็เพิ่งจะเสร็จงานตอนตีสอง ดูเหมือนเวลาว่างกับวงโลโซจะไม่ใช่ของคู่กันซักเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ยินดีกับการทำงานตรงนี้ และอีกวันสองวัน พวกเขากำลังจะเดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศด้วย นอกจากจะตระเวณขึ้นเหนือล่องใต้กันแล้ว เป็นเวลา ประมาณ 1 เดือน นี่ก็เป็นผลของความมุมานะ ความรักในสิ่งที่ตัวเองรัก จนทำให้มันประสบความสำเร็จได้ ยังมีนักดนตรีอีกมากมายที่กำลังจะก้าวขึ้นมาสู่ความสำเร็จแบบพวกเขา เพียงแต่อย่าท้อก่อนก็แล้วกัน เราคงจะได้เห็นนักดนตรีที่แท้จริง เกิดขึ้นแบบนี้อีก
ผลงานอัลบั้มพิเศษ
ปี 2539 อัลบั้ม Lo Society Bonus Tracks
ปี 2540 อัลบั้ม Loso จักรยานสีแดง
ปี 2542 อัลบั้ม Rock For Life
ปี 2543 อัลบั้ม "ลงเอย" พี่น้องร้องเพลง อัสนี-วสันต์

ผลงาน
ปี 2539 อัลบั้ม Lo Society
ปี 2541 อัลบั้ม Loso Entertainment
ปี 2542 อัลบั้ม Loso Rock & Roll
ปี 2544 อัลบั้ม LOSOLAND
ปี 2544 อัลบั้ม โลโซปกแดง
ปี 2546 อัลบั้ม 7 สิงหา
อัลบั้ม LoSociety
1. คุณเธอ
2. I Wanna Love You
3. อยากบอกว่าเสียใจ
4. ฉันหรือเธอ(ที่เปลี่ยนไป)
5. อยากลอง
6. ไม่ต้องห่วงฉัน
7. คุณหรือใคร?
8. ดาว
9. เราและนาย
10. ขับรถให้มันตามกฎ
11. คน (2)

อัลบั้ม Loso Ente